kanyawee's profileI'm a little monkey >o<PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 21

    ชีวิต หนอ ชีวิต

    เปรี๊ย เปรี๊ย เปรี๊ย .... ปุ้ง!!!
     
    นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับคอมตรู เมื่อหลายวันก่อน
    และมันก็เปิดไม่ได้อีกเลย ...
    อ่า... ทำไมมันต้องเป็นเช่นนี้ว้า
    เดือนที่แล้ว มือถือ เจ๊ง
    เดือนก่อนนู้น กล้องพัง
    แล้วมาเดือนนี้ คอมพัง
    ทีนี้จะเอาอะไรทำมาหากินล่ะเนี่ย
    ทุกวันนี้ก็ไม่มีเงินจะกิน จะมาฝึกงานอยู่แล้ว
    พี่คนนึงบอกว่า "มารผจญ จะทำให้คนเก่ง"
    แต่เราคิดว่า "มารมากไป อาจทำให้ตายได้ก่อนเกิด"
    แล้วเพื่อนๆคิดว่าไง
    เฮ้อ... เศร้าจาย
    May 16

    AIA

    วันนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้มีโอกาสไปนั่งอบรมของเอไอเอ
    เพื่อที่จะสมัครเป็นตัวแทนขายประกันชีวิต
    ระหว่างวัน ก็ มีกริ๊งกร๊าง จากเพื่อน โทรมาตลออด
    หนึ่งคน โทรมาเพื่อจะชวนไปเที่ยวด้วยกัน
    พอรู้ว่าเราจะเป็นตัวแทนประกันชีวิตเท่านั้นละ
    ใส่ยับเป็นไฟ บอกว่าไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างดี
    ไม่เห็นทำแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา
    แล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะเกวที่มาทำน่ะ
    อ่า ... เพื่อนจ๋า เรารู้ว่ามันไม่ง่าย แต่เราอยากบอกว่า
     
     " ชีวิตนี้มันไม่มีอะไรที่เราจะได้มาง่ายๆหรอกถ้าเราไม่พยายาม "
     
    บททดสอบการทำงาน เริ่มขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำ
    อย่างนี้ตอนเราประสบความสำเร็จ
    ก้าวผ่านช่วงเริ่มนี้ไปได้ จนมีหลักประกันมั่นคง
    เราคงจะภูมิใจน่าดูเลยสินะ
     
    May 12

    ข่าวดี ข่าวร้าย

    เพื่อน :  เกว เดี๋ยวมันจะมีงานออกบู๊ท ขายตั๋ว วันละ 500 สนใจมั้ย
    กรุ     :  อ่า...สนใจสิ สนใจ เอาตังค์มากินข้าว วันไหนอ่ะ เอ 14-17 เหรอ
                ติดฝึกงานอ่ะ เดี๋ยวขอถามพี่เค้าก่อนนะ
    พี่      :  ฝึกงานนะเว้ย ฝึกงาน.... ไม่รุ ไปถามพี่เด่นเอาเอง
               (หัวหน้าอีกคน ซึ่งเปอร์เซ็นต์การอนุญาติเกือบเป็นศูนย์)
    กรุ     :  .....
    May 10

    วันที่ฝนตก

    เมื่อคืนนี้ฝนตกหนักมาก
    เหมือนกัยว่ามีพายุลง
    เสียงฟ้าร้อง ดังกระหึ่ม เสียงลมตีประตูดังปังๆ
    เสียงหวีดหวิว ของใบหญ้า ฟังแล้วโหยหวนมาก มาก
    สักพัก ไฟดับ ...
     
    ....
     
    เอ่อ... ทำไงดี กรุกลัวมาก
     
    หันไปพึ่งหมา แมร่งก็หนีลงจากเตียงไปนอนพื้น
     
    อากาศก็ร้อน นอนไม่หลับ เริ่มจะวิตกจริต
     
    ....
     
    ....
     
    อ๊ะ ไฟมาแล้ว
     
    แต่ทำไมแอร์มันไม่เห็นเย็นเลยวะ
    เออ เอาฟระ ตัดใจวิ่งไปเปิดพัดลมและทีวี เพื่อความอุ่นใจ
     
    เปรี้ยงงงงงงงงงงง.........
     
    อ่าวเฮ้ย  .. เอาแล้ว  ทีวีกลายเป็นจอสีน้ำเงิน
    บรรยากาศ สงัด กว่าเดิม อีก
    เคยได้ยินเรื่องผีที่โผล่มาในจอทีวีมะ  กรุคิดอย่างนั้นเลย
     
    แมร่งเอ้ย ปิดทีวีดีกว่า...
     
    หันซ้ายหันขวาเอาหมอนข้างและหมอนมาไว้ข้างๆตัว
    แล้วคลุมโปงนอน
     
    พุธโธ ธัมโม สังโฆ ...........
     
    May 08

    อินเดีย -เนปาล 2552

    ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 กับการเดินทาง นมัสการสังเวชนียสถาน ทั้ง 4 แห่งที่ประเทศอินเดีย
    และยังเป็นครั้งที่ 2 ที่มีโอกาสได้ไปทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนชาวเนปาล ที่ เมือง กาฎมาณฑุอีกด้วย
    การเดินทางนั้น เหมือนครั้งแรก คือเดินทางโดยรสบัส ตลอดทริป
    (แต่ยกเว้นตอนไปประเทศอินเดีย เพราะต้องนั่งเครื่องบิน 555)
    ไปถึงปุ๊ป ดันไม่สบาย ปั๊ป เลยไม่ค่อยได้ทำงานอะไรมาก
    อ้อ ลืมบอก ว่าครั้งที่แล้วเมื่อ 3 ปีก่อนไปในฐานะ น้องค่าย
    แต่คราวนี้ไปในฐานะพี่เลี้ยง และ คนรับใช้ เหอๆๆๆ
    มีอะไรเค้าใช้แล้วทำได้ก็ต้องทำหมดเลย ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว
    แต่ติดไอตรงที่ไม่สบายเนี่ยล่ะ เลยทำอะไรได้ไม่มาก
    กว่าจะหายขาดจริงๆก็ถึงเมืองลุมพินี ประเทศ เนปาล
    ถึงจะพอ ลัล ล้า เหมือนเดิมได้
    รายละเอียดการเดินทางไม่รู้จะเล่าอะไรดี
    มันเหมือนกับว่ามันไม่เฟรชเหมือนครั้งแรกแล้ว
    เอาเป็นว่า "เอาบุญมาฝาก" เพื่อนๆทุกคนละกันนะ สาธุ สาธุ
    แต่ที่น่าสนใจคือ ครั้งนี้เมื่อกลับมาแล้ว
    มันมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นอีกครั้งในชีวิต
    กลายเป็นว่า ในตอนนี้เราเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ
    จำได้ว่า ตอนที่เราเข้ามาทำงานตรงนี้  เราไม่เต็มใจนัก
    แต่เค้าเลือกให้เรามาทำแล้ว เราก็ทำงาน
    และทุ่มเทใจให้เต็มร้อย ไม่มีสักครั้งที่จะไม่ทำ
    ไม่มีสักครั้งที่คิดเรื่องส่วนตัว เพราะในทุกสิ่งที่ทำนั้น
    ล้วนทำเพื่อ พระพุทธศาสนา ทั้งนั้น มิได้เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว
    มิได้เคยแบ่งฝ่าย แบ่งพรรค แบ่งพวก แต่อย่างใด
    ใจนั้นคิดเเต่จะสร้างเอกภาพให้เกิดขึ้นเท่านั้น
    กลับมาตอนนี้เค้ากลับทำเหมือนไม่เข้าใจในความเป็นเรา
    เวลาที่ผ่านมา 5 - 6 ปีเหมือนไม่มีความหมาย
    ตัดเยื่อใย โดยไร้ซึ่งการถนอมน้ำใจ
    การกระทำเชือดเฉือนใจ ให้ต้องเจ็บปวด และน้อยใจ
    น้อยใจ ที่เค้าเหมือนลืม มิตรภาพไป
    น้อยใจ ที่เค้าทำเหมือนเราไม่มีคุณค่าที่เค้าจะต้องเห็นใจ
    แต่ไม่เคยน้อยใจ ที่ต้องละจากหน้าที่ ความรับผิดชอบเลย
    เพราะรู้ว่า หากมีผู้ที่เหมาะสมมากกว่า นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง
     
    แต่อยากให้รู้ไว้ว่า
     
    มันเจ็บ
     
    เจ็บที่มาทำร้ายกัน โดยไม่มีเยื่อใย
     
    ต่อจากนี้ คงไม่มีอีกแล้ว ที่จะเสนอหน้าแบบที่เคยเป็น
     
    เพราะคนเรา เจ็บเเล้วต้องจำ
     
    February 15

    After Valentine......

    ผ่านไปแล้ว วันที่ใครๆเรียกว่าวันแห่งความรัก  สำหรับปีนี้
     
    กุหลาบเลื้อย สองต้น สำหรับ ป๊าและแม่ ในโอกาสวันครบรอบวันแต่งงาน
     
    เพื่อหมายจะให้ความรักของทั้งสองนั้นแนบแน่น เกี่ยวพัน
     
    รักกัน ดั่งกุหลาบทั้งสองที่จะเลื้อยพันหากัน ผูกพันกัน มากขึ้นในทุกวัน
     
    เดฟหัวใจสำหรับตัวเอง ที่ถูกปลูกในเปลือกหอยเก่าๆ ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิต
     
    เกี่ยวกระหวัดกับขดลวด ประหนึ่งว่ากลัวขดลวดจะหายไป
     
    เปรียบเสมือนหัวใจที่ถูกเก็บเอาไว้มิดชิด
     
    ติดอยู่กับสิ่งเก่าๆ ที่เราต้องการเก็บมันเอาไว้ใกล้ๆตัว
     
    ดอกที่บานตามช่อเล็กๆ ก็เหมือนความสุขเล็กๆที่ผ่านมาเป็นครั้งคราว
     
    ทุกวันมันจะรอให้คนมารดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป
     
    เพื่อให้มีดอกเล็กๆเบ่งบาน ให้ความสุข กับคนรอบข้าง
     
    ที่อาจจะรอคอยมันอยู่  เพื่อเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต
     
    อยู่เพื่อคนที่มันต้องการให้เค้ามีความสุข
     
    และอยู่เพื่อใครสักคนที่อาจจะรอคอยมันอยู่
     
    ซึ่งอาจจะอยู่ที่ห่างไกล หรือ ใกล้สายตา
     
    หรือแม้ว่าที่ไหนสักแห่งก็ตาม........
     
     
    February 13

    ความลับของตุ๊กตา

    ฉันมีแฟนอยู่หนึ่งคน เราเติบโตมาด้วยกัน ชื่อว่าจิน
    ฉันคิดกับเขาแค่เพื่อนมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว

    ตอนที่เราไป Club trip ด้วยกัน ฉันพบว่าฉันตกหลุมรักเขาสะแล้ว
    ก่อนที่เราจะกลับจากที่ไปเที่ยว ฉันได้สารภาพรักกับเขา
    ในไม่ช้า
    ,
    เราก็กลายมาเป็นคู่รักกัน แต่เราสองคนรักกันในทางที่ต่างกัน
    ฉันสนใจแต่เขาเพียงคนเดียวเสมอ แต่ว่า ข้างกายเขา
    ,
    กลับมีผู้หญิงหลายคนเข้ามา
    สำหรับฉันแล้ว เขาเป็นผู้ชายคนเดียว แต่สำหรับเขา ฉันอาจจะเป็นเพียง
    ผู้หญิงคนนึงเท่านั้น.....
    "จิน
    ,
    อยากไปดูหนังไหม" ฉันถามเขา
    "เราไปไม่ได้"
    "ทำไมเหรอ
    , หรือว่าต้องอ่านหนังสือที่บ้าน?"

    ฉันรู้สึกถึงความผิดหวังที่เข้ามาในใจฉัน
    "เปล่าหรอก
    ,
    เรานัดกับเพื่อนไว้..."
    เขาจะเป็นแบบนี้เสมอ
    เขาพบเพื่อนผู้หญิงต่อหน้าฉัน เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    สำหรับเขาแล้วฉันคือ เพื่อนหญิงคนนีงเท่านั้น
    คำว่ารัก แค่ออกมาจากปากของฉันเท่านั้น
    ตั้งแต่ฉันรู้จักเขา
    ,
    ฉันไม่เคยได้ยินเขาพูดคำว่ารักมาก่อน
    ไม่เคยมีฉลองวันครบรอบสำหรับพวกเรา
    เขาไม่เคยพูดอะไรตั้งแต่วันแรก และมันก็เป็นแบบนั้นต่อไป
    100 วัน ก็แล้ว.....200วันก็แล้ว
    ทุกวันก่อนที่เขาจะพูดคำลา

    เขาจะแค่จะให้ตุ๊กตาตัวนึงกับฉันทุกวันไม่เคยตกขาด ฉันไม่รู้ว่าทำไม
    จนกระทั่งวันหนึ่ง
    ฉัน:เออ
    , จิน,
    เรา....
    จิน: อะไรเหรอ...อย่ามาอ้ำอึ้งหน่า
    ,
    แค่พูดมา..
    ฉัน: เรารักนายนะ
    จิน:....เออ
    ,
    เอาตุ๊กตาตัวนี้ไปแล้วก็กลับบ้านซะนะ
    นี่เป็นการที่เขาไม่ใสใจคำ 3 คำของฉัน แล้วก็ส่งตุ๊กตาให้ฉัน
    จากนั้นเขาก็หายไป
    ,
    เหมือนกับว่าเขากำลังวิ่งหนีฉัน
    ห้องฉันเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่เขาให้ฉันทุกวัน
    ทีละตัวทีละตัว จนเต็มไปหมด
    จนวันหนึ่งมาถึง
    ,
    วันเกิดของฉันตอนฉันอายุ 15

    ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาตอนเช้า ฉันวาดฝันว่าจะมีปาร์ตี้กับเขา,

    แล้วฉันก็ขังตัวเองไว้ในห้องนอน, รอโทรศัพท์จากเขา
    แต่ว่า......ข้าวเที่ยวก็แล้ว...ข้าวเย็นก็แล้ว.....

    ในไม่ช้าท้องฟ้าก็กลายเป็นสีดำ...เขาก็ยังไม่ได้โทรมา
    ฉันก็ไม่อยากที่จะเฝ้าดูโทรศัพท์อีกต่อไป
    จากนั้นประมาณตีสอง
    , เขาก็โทรมาหาฉัน แล้วก็ทำให้ฉันตื่น

    เขาบอกให้ฉันออกไปหาเขาที่หน้าบ้าน
    ฉันยังรู้สึกดี แล้ววิ่งออกไปหน้าบ้านอย่างมีความสุข
    ฉัน:จิน....
    จิน:นี่.....เอานี่ไป
    อีกแล้ว
    ,
    เขาให้ตุ๊กตากับฉันอีกแล้ว
    ฉัน: นี่อะไร
    จิน: ไม่ได้ให้เมื่อวานนี้
    , ก็เลยต้องให้ตอนนี้,
    กลับบ้านก่อนนะ บาย
    ฉัน: เดี๋ยว!เดี๋ยว! รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร
    ?

    จิน:วันนี้เหรอ
    ?

    ฉํนรู้สึกเศร้า
    , ฉันหลงคิดว่าเขาจำวันเกิดของฉันได้
    เขาหันกลับไปแล้วก็เดินจากไปเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    จากนั้นฉันตะโกน
    เดี๋ยว!
    จิน: มีไรจะพูดเหรอ
    ?

    ฉัน: บอกเรา
    ,
    บอกเรามาว่านายรักเรา....
    จิน: อะไรนะ!
    ฉัน: บอกเรามาสิ
    ฉันทิ้งความอ่อนแอของฉันไว้ข้างหลัง และจับตาเขาไว้
    แต่ว่าเขาแค่พูดง่าย ๆ อย่างเหยือกเย็น แล้วก็ไป...
    "เราไม่อยากพูด....ว่าเรารักใครง่าย ๆ ถ้าอยากได้ยินมากนักละก็ หาคนอื่นแทนเราซะ"
    นั่นคือสิ่งที่เขาพูด แล้วเขาก็จากไป
    ขาของฉันรู้สึกชา...แล้วฉันก็ทรุดลงไปบนพื้น เขาไม่อยากพูดมันง่าย ๆ
    เขาทำอย่างนั้นได้ไง
    ?

    ฉันรู้สึกว่า...
    บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับฉันก็ได้...
    จากวันนั้น
    ,
    ฉันขังตัวเองในบ้าน และร้องไห้ แค่ร้องไห้
    เขาไม่ได้โทรหาฉัน
    ,
    ถึงยังไง ฉันก็ยังรออยู่
    เขายังวางตุ๊กตาไว้หน้าบ้านฉันทุก ๆ วัน
    หลังจากเดือนนึงจากนั้น ฉันรวบรวมตัวเอง แล้วก็ไปโรงเรียน
    แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ความเจ็บปวดของฉันกลับมาอีกครั้งก็คือ

    ฉันเจอเขาบนถนนกับผู้หญิงคนอื่น
    เขามีรอยยิ้มบนใบหน้า
    ,

    แบบที่เขาไม่เคยโชว์ให้ฉันเห็นตอนที่เขาจับตุ๊กตาที่จะให้ฉัน

    ฉันวิ่งตรงกลับบ้านและมองตุ๊กตาในห้อง, แล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
    เขาให้ตุ๊กตาฉันทำไม
    ?

    เขาอาจจะเอาตุ๊กตาพวกนี้มาจากผู้หญิงบางคน
    ด้วยความโมโหของฉัน ฉันขว้างตุ๊กตาพวกนั้นรอบห้อง
    ในทันทีทันใดนั้น โทรศัพท์ดัง มันเป็นเขา
    เขาให้ฉันออกมาที่ป้ายรถบัสหน้าบ้าน
    ฉันพยายามจะทำใจให้เย็นลง แล้วเดินออกไปที่ป้ายรถ
    ฉันบอกกับตัวเองว่า ฉันกำลังจะลืมเขา เรื่องของเราจะจบลง
    จากนั้นเขาเดินมาหาฉัน ในมือถือตุ๊กตาตัวใหญ่ ๆ เอาไว้
    จิน:โจ
    , ฉันคิดว่านายจะโกรธมาก แต่ว่านายออกมาจริง ๆ เหรอ?

    ฉันไม่สามารถหายเกลียดเขาได้

    ฉันทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็หยอกเล่นกับเขา
    ในไม่ช้าเขาก็ให้ตุ๊กตากับฉันเหมือนอย่างเคย
    ฉัน: ฉันไม่ต้องการมัน
    จิน:อะไรกัน
    ?..ทำไมหละ?

    ฉันรวบตุ๊กตาจากเขาแล้วก็โยนมันทิ้งไปบนถนน
    ฉัน: ฉันไม่ต้องการมัน ไม่ต้องการอีกต่อไปแล้ว!!

    ฉันไม่อยากเจอคนอย่างนายอีกต่อไป!
    ฉันเอาทุกคำพูดจากข้างในของฉันออกมา

    แต่ไม่เหมือนวัน อื่น ๆ ตาของเขากลับส่าย
    "เราขอโทษ" เขาพูดคำขอโทษด้วยน้ำเสียงเล็ก ๆ
    แล้วเขาก็เดินออกไปที่ถนนแล้วก็หยิบตุ๊กตาขึ้นมา
    ฉัน: โง่จริง! ทำไมหยิบมันขึ้นมา!!! แค่โยนมันทิ้งไป
    แต่ว่าเขาไม่ได้สนใจ แค่เดินไปหยิบตุ๊กตาขึ้น
    จากนั้น.....
    บรืน
    ~บรืน~

    ด้วยเสียงอันดัง สิบล้อคันใหญ่ก็วิ่งมายังเขา
    "จิน! หลบ! หลบออกไป!" ฉันตะโกน...
    แต่ว่าเขาไม่ได้ยินเสียงฉัน เขาก้มลงไปหยิบตุ๊กตา
    "จิน!หลบไป"
    บรืน
    ~!!

    ตูม!!
    เสียงนั้น ช่างน่ากลัวมาก
    นั่นคือวิธีที่เขาจากไปจากฉัน
    จากไปจากฉันโดยไม่เคยเปิดตาที่จะพูดคำใด ๆ

    จากวันนั้น, ฉันจะต้องผ่านความรู้สึกผิดและความเศร้าเพราะว่าสูญเสียเขา...
    และหลังจากที่ฉันใช้เวลา 2 เดือน เหมือนคนบ้า
    ,
    ฉันหยิบตุ๊กตาขั้นมา
    มันคือของขวัญอย่างเดียวที่เขาให้ตั้งแต่เราคบกัน
    ฉันจำวันเหล่านั้นที่ฉันใช้เวลาอยู่กับเขา และเริ่มนับวันที่เราเคยรักกัน
    แล้วก็หยุดที่ตุ๊กตา 485 ตัว
    แล้วฉันก็เริ่มร้องไห้อีกครั้ง พร้อมกับถือตุ๊กตาตัวนึงในแขนของฉัน
    ฉันกอดมันอย่างแน่น
    ,
    ทันใดนั้น....
    "ฉันรักเธอ
    ~
    ๆ"
    ฉันทำตุ๊กตาหล่น แล้วก็ช็อก...
    ฉัน.รั..ก..เธอ
    ??

    ฉันหยิบตุ๊กตาขั้นมาแล้วก็กดลงไปที่ท้องของมัน
    "ฉันรักเธอ
    ~
    ๆ"
    เป็นไปไม่ได้!
    กดลงไปที่ท้องของตุ๊กตาทุกตัว แล้วข้าง ๆ ของฉันเต็มไปด้วยตุ๊กตา
    "ฉันรักเธอ
    ~ "

    "ฉันรักเธอ
    ~ "

    "ฉันรักเธอ
    ~ "

    คำเหล่านั้นออกมาไม่หยุด
    ฉัน...รัก....เธอ...
    ทำไมฉันไม่รู้ตั้งแต่ตอนนั้น
    ?

    ว่าหัวใจของเขาอยู่ข้าง ๆ ของฉัน
    ,
    ปกป้องฉันไว้
    ทำไมฉันไม่รู้ตั้งแต่ตอนนั้น ว่าเขารักฉันขนาดนี้
    ?

    ฉันหยิบตุ๊กตาอีกตัวหนึ่งใต้เตียง แล้วก็ กดท้องของมัน
    มันเป็นตุ๊กตาตัวสุดท้าย ตัวที่ตกบนถนน
    ยังมีคราบเลือดติดอยู่
    เสียงที่ออกมาเป็นเสียงที่ฉันคิดถึงมาก
    "โจ...รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร
    ? เรารักกันมา 486 วันแล้วนะ นายรู้ไหมว่า 486 คืออะไร? เราไม่สามารถบอกรักนาย....อืม...ตั้งแต่ที่ฉันอายเกินไป....ถ้านายให้อภัยเราและเอาตุ๊กตาตัวนี้ไป,
    เราจะบอกว่า เรารักนาย...ทุกวัน...จนวันตาย
    โจ...เรารักนาย...."
    น้ำตาหล่นออกมาจากฉัน ทำไม
    ? ทำไม? ฉันถามพระเจ้า,
    ทำไมฉันถึงเพิ่งมารู้ตอนนี้
    เขาไม่สามารถอยู่ข้างกายฉันได้ แต่ว่าเขารักฉันจนนาทีสุดท้ายของเขา
    สำหรับนั้น
    , และสำหรับเหตุผลนั้น...สำหรับฉัน...มันกลายมาเป็น ความแกร่ง....ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างสวยงาม

    February 12

    ความรัก ความคิดถึง

    คนเราหากรักใครสักคนจริงๆแล้ว
    เชื่อว่าไม่มีทางที่คนๆนั้น จะลืมคนที่ตัวเองรักได้
    เพราะอย่างน้อย  ความคิดถึง ก็จะทำให้คนที่คุณรัก มาอยู่ข้างๆคุณเสมอ
    ในความรู้สึกของคุณ  ในห้วงแห่งความคิด
    ชีวิตที่ได้รัก และรู้จักที่จะรัก มันย่อมมีความสุข ถึงแม้จะมีความทุกข์
    แต่คุณก็จะยังรับรู้ถึงความสุขที่เกิดขึ้นได้อยู่ดี
    นั่นหมายความว่า คุณ รู้จักที่จะ รัก
    แม้ว่าตอนนี้อาจจะไม่ใช่ คนรัก ของใคร
    แต่อย่างน้อยคุณก็ได้ รู้จักที่จะรักใครสักที
     
    ความคิดถึง หากคุณไม่ได้มีความรู้สึกดีๆกับคนๆนั้นแล้ว
    คุณจะคิดถึงเขาหรือเปล่า  คำตอบคือ ก็คงไม่
    แล้วหากคุณคิดถึงเขา คนนั้น แปลว่า คุณ รัก เขาแล้วใช่หรือไม่
    คำตอบนั้นไม่แน่นอน  มันขึ้นอยู่กับคุณ คุณต้องถามหัวใจคุณเอง
    คนอื่นไม่สามารถตอบได้ เพราะเค้าไม่ใช่เจ้าของหัวใจของคุณ
     
    คุณสามารถคิดถึงใครได้หลายๆคน
    แต่เชื่อว่าคุณคงมีคนที่คุณคิดถึงเป็นพิเศษไม่กี่คน
    คุณสามารถรักใครได้หลายๆคน
    แต่จะมีสักกี่คนที่คุณรักและคิดถึงตลอดเวลา
     
    ป.ล. ใกล้ถึงวันแห่งความรักแล้วนะ
    February 05

    ลงเอย

    ลงเอย.... สุดท้ายเราก็หันหน้ามาคุยกันตรงๆสักที
    พอเจอหน้ากัน ความรู้สึกผูกพันมันก็เริ่มทำหน้าที่
    สมองก็เปิดลิ้นชักภาพวันเก่าๆของเราขึ้นมาทีละภาพ
    อยากรู้ ว่าเธอจะพูดเรื่องอะไร
    ใช่ เธอพูดอย่างที่ฉันคิดเอาไว้
    มันไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมาย
    เราเป็นคนกำหนดมันเอง
    เพราะฉะนั้น จงอย่าไปเสียใจใดๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
    เราทั้งคู่ได้คิดดีแล้ว
    จงเชื่อใจและนับถือความคิดของตัวเอง
    วันนี้เราเดินจากกันไปด้วยดี ด้วยความเข้าใจในความเป็นไปของเรา
    ต่างคนต่างมีทางเดินของตัวเองที่ต่างได้เลือกเดินเอาไว้
    ถนนมันไม่ได้ตรงตลอดสาย เราแค่เดินมาถึงทางแยก และเราก็เลือกที่จะเดินไปตามที่ที่ตัวเองชอบ
    แต่ยังไง เรา ก็ยังคงอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่าจะเป่นอย่างไร
    เราเชื่อว่า คำว่า มิตรภาพนั้น จะสามารถทำให้เราดูแลกันและกันได้อีกนาน
    ขอบคุณ ที่สอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น 
    เป็นตัวอย่างที่ดี ให้กับเราเสมอ
    ความรัก มันไม่ได้มีแค่ การคบหาในฐานะของคู่รัก แต่คุณสามารถเป็นคนรักของคนที่เค้ารักคุณได้เสมอ
    เชื่อว่า ความรักนั้น ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ทำให้เรารู้สึกดีๆต่อกันเสมอ
    หากไม่ อาจจะเพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นจากความรัก
    แต่ทมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น อย่างเช่นความเข้าใจ
     
    สุดท้าย วันนี้เราก็เข้าใจกันสักที
     
    ความรัก มันยังมีสถานภาพให้คุณเลือกที่จะอ้างจุดยืนได้อยู่อีกมาก
     
    อย่างเช่น ความรักแบบมิตรภาพ
     
     
    ขอจงอย่าปิดกั้นตัวเองเอาไว้กับอดีต แต่จงเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
    แล้วศึกษา เตรียมพร้อม แก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แต่จงอย่ากลัวว่ามันจะเกิด
    เพราะคุณได้รู้แล้วว่าทุกปัญหาอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้และมีทางแก้ไขมันเสมอ
    ฉะนั้นขอจงอย่าไปกังวลใจ
     
    ขอให้โชคดี ใช้ชีวิตอย่ามีความสุข อนุโมทนาบุญด้วย
     
    January 23

    I was paid no attention.......

    เวลาที่ถูกเมินเฉย.... รู้สึกเป็นทุกข์
    ทุกข์เพราะต้องการให้เค้ามาสนใจ
    แต่ทุกอย่างมันไม่ใช่อย่างที่ใจหวัง
    หรือว่าเรานั้นจะหวังมากเกินไป.........
    January 29

    meeting 51

    กลับมาจากการไปมีทติ้งมาเรียบร้อยแล้วหลังจากที่ฝ่าฟันอุปสรรคกันมานานัปการ

    จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเมื่อวันที่ 26-28 มกราคม 2551ที่ผ่านมานี้

    ถึงแม้ว่ากิจกรรมการรับน้องภาคหรือมีทติ้งของเราจะไม่เป็นที่เข้าใจของใครบางคน

    แต่กิจกรรมของพวกเราก็ยังส่งผลดีสร้างความสุขให้กับคนรอบข้างและสังคมได้เช่นกัน

    แม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนๆมากนัก

    แต่การนั่งขายของ เฝ้าบ้านกลาง เหมือนเวรยามก็ทำให้เราเห็นอะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่างมากมาย

    ความสนุกสนาน เฮฮา ความอดอยากปากแห้ง มีให้เห็นได้ทั่วไป

    อาจเสียใจที่บางครั้งก็ไม่ได้เป็นคนที่อยู่กับเพื่อนเวลาเพื่อนมีเรื่องทุกข์ใจ

    เพราะมีภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เลยไม่รู้เรื่องราวของเพื่อนว่าเพื่อนเป็นอย่างไรกันบ้าง 

    เอาเป็นว่าเป็นกำลังใจให้เสมอนะเพื่อนเลิฟ   เราเป็นห่วงแกเสมอนะ

    และก้ออยากบอกว่ามีทติ้งครั้งนี้ไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ

    .....สู้ๆ scence 24…..

     

     

    December 08

    Mint and me =Kalayanamitra

    mint fern poem

    สำหรับเธอนะนู๋มิ้นท์

    ไม่รู้ทำไมนะอยู่ดีๆก็คิดถึงเพื่อนคนนี้ขึ้นมา  อาจจะเป็นเพราะว่าถึงเดือนธันวาคมมั้ง

    เพราะ2-3ปีมานี้ถึงเดือนธันวาคมทีไรเราต้องไปค่ายที่มาเลด้วยกันตลอดเลย

    ได้รู้จักมินท์จากค่ายยุวพุทธฯเมื่อเกือบ 3 ปีที่เเล้ว แต่เริ่มจะได้ใกล้ชิดเมื่อไม่นานนี้เอง

    พอได้สัมผัสคนคนนี้เเล้วทำให้รู้สึกว่า

    เธอเป็นคนที่น่ารักมาก นิสัยดี จิตใจงาม และช่างเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนไปซะทุกเรื่อง

    บางครั้งเธอก็คิดมากจนเกินไปจนทำให้มานั่งเครียด

    แต่เธอไม่เคยโทษใครใดๆเลย มองโลกในด้านดีๆเสมอ

    หลายครั้งที่เธอทำให้ชั้นยิ้มได้

    หลายครั้งที่เธอทำให้ชั้นรู้สึกเข้มแข็งขึ้นมาเวลาที่ท้อแท้

    เพื่อนคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เพื่อนต้องเดียวดาย

    เสียสละให้เพื่อนได้เสมอ หากเพื่อนต้องการ

    คิดถึงมินท์มากๆนะ

     

     ป.ล. จริงๆคิดถึงเพื่อนๆทุกคนแหละแต่บางครั้งการคิดถึงมันก็เจ็บปวดหากได้รู้ว่าเค้าอาจไม่ได้คิดถึงเราเลย

    อาจจะเป็นเพราะเวลาที่ทำให้เราห่างกัน แต่มันก็น่าจะมีวิธีที่สื่อถึงความคิดถึงกันได้บ้าง

    บางครั้งก็อยากเติมความชุ่มชื้นให้หัวใจด้วยการให้กำลังใจตัวเอง

    ด้วยการคิดถึงคนที่คิดถึงเรา สักครั้ง

     

    October 15

    Easten camp 5-13 October

    เพิ่งจะจบค่ายไปหมาดๆสำหรับค่ายเยาวชนเป็นคนดีของพ่อ ภาคตะวันออก
    ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-13 ตุลาคม 2550
    รู้สึกประทับใจน้องๆในค่าย น้องๆพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม และ น้องมายด์ 3 ภาคตะวันออก ทุกคน
    ความรู้สึกยังคงครุกรุ่นอยู่ด้วยไอแห่งความประทับใจ ความอบอุ่น ที่เราคงมีให้กัน
    ทั้งบทกลอน หรือ บทเพลง ที่ขับกล่อม ด้วยความสุนทรีที่น้องได้แต่งให้กับพี่ๆ
    ดีใจที่ค่ายได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแต่ก็รู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถไปเข้าร่วมกิจกรรม
    กับน้องๆได้นานมากกว่านี้ เนื่องจากติดสอบปลายภาค
    แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วกับการได้ไปรู้จักและเรียนรู้สิ่งต่างๆร่วมกับทุกๆคน
    คิดถึงทุกๆคนมากๆ ทั้งพี่แฟ้ม แพตตี้ น้องแหม่ม ที่มาช่วยงานด้วยกัน
    น้องมายด์3 น้องแป้ง น้องเจ น้องบอล น้องมายด์
    น้องๆพี่เลี้ยงประจำกลุ่มที่น่ารัก น่าหยิก
    น้องมะเหมี่ยว น้องมี่ น้องปิ่น น้องกุ้ง น้องฝ้าย
    รวมทั้งน้องๆค่ายทุกคนด้วยเช่นกัน
    ขอบคุณ น้องแป้ก อัจฉริยะประจำค่ายที่อุตส่าห์เข้ามาในสเปซพี่
    แต่ว่าพี่ยังไม่ได้อัพรูป และโทรไปหาพี่ด้วย เหอๆๆ
    ตอนนี้พี่อัพรูปให้น้องๆเรียบร้อยแล้วนะคะ
    ส่วนแพตตี้กลับบ้านไปก่อนน่าเสียดายมากๆเพราะว่าน้องๆ
    ทำกิจกรรมวันสุดท้ายซึ้งมากกกกกกกกกกกกกกก
    อัพรูปให้แล้วเช่นกันนะเจ๊
     
    ยังไงก้อหวังว่าน้องๆทุกคนจะยังคงเก็บเอาความประทับใจนี้ไว้
    และเอาความรู้ที่ได้จากค่ายไปประยุกต์ใช้
    ขอให้ทุกๆคนมีความสุขและพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆในชีวิต
     
    แล้วเราคงจะได้พอกันอีกคราถ้าฟ้าลิขิต
     
    พี่เฟิร์น
     
    ป.ล. หวังว่าจะเจอน้องๆค่ายทุกคนที่สเปซพี่นะจ๊ะ
    เข้ามาเม้นท์ความรู้สึกกันด้วยเน้อ
    August 27

    IBYE Japan 2007

    The International Buddhist Youth Exchange Japan 2007
     19-25 August BE.2550
     
    " Bridging Culture, Transending Tradition "
     
    45 participants from 8 countrys
    Korea  Chaina(Taiwan)  Japan  Thailand   Malaysia Indonesia Singapore and Bangradesh
     
    so tired !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    After I came back from Japan,I felt very tired and want to sleep so much.
    because it was hot and took a long time to walk only!
    More than 2 hours More than 5 Kilomate
    and 4 moutains ToT
    It liked Ven. Kantai Told me that "The Lord Buddha hard to see"
    no game no trevel no shopping -o-
    hu hu hu ........
     
     
    but fun!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    camping party and activities  were very enjoying and fun.
    I liked to play and learn in different culture.
    I liked to know about different tradition.
    I loved to share  my Buddhist. >o<
     
    and impress !!!!!!!!!!!!!!
    I knew many interested thing from this camp.
    One thing   was  language and nation were not be problem
    to make friendship. I saw everyone try to talk.
    I saw everyone try to share.
    I saw everyone try to be a good friend.
    It 's not just a friend but you are best friend.
    You are  beautiful friend in the Dhamma.
     
    My Kalyana Mitra !!!!!
     
     
     
     
     
    ค่ายเยาวชนพุทธแลกเปลี่ยนนานาชาติ ครั้งนี้จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น
    ระหว่างวันที่ 19-25 สิงหาคม พ.ศ. 2550
    มีเยาวชนจากองค์กรเครือข่ายพระพุทธศาสนาเข้าร่วมทั้งสิ้น 45 คน
    จากทั้งหมด 8  ประเทศ
    ประกอบด้วย ไต้หวัน เกาหลี  ญี่ปุ่น  ไทย  มาเลเซีย อินโดเนเซีย สิงคโปร์ และ บังคลาเทศ
    ลักษณะค่ายจะเป็นค่ายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสัมมนาเล็กน้อย
    เมืองที่ไปอยู่ก็ได้แก่ ฮิเมจิ โกเบ นารา และ โอซาก้า
    ที่พักก็คือ บรรดาวัดที่อยู่ในแถบโอซาก้า ซึ่งอยู่สูงสุดฟ้า
    คือแทบจะทุกวัดตั้งอยู่บนเขาทั้งสิ้น การเดินทางขึ้นไปค่อนข้างลำบากพอสมควร
    ต้องแบกกระเป๋าน้ำหนักหลายกิโล กับ น้ำหนักตัวอันมิใช่น้อย ขึ้นเขาไปด้วยความยากลำบาก
    ตอนเเรกก็เหมือนจะหลอกให้ดีใจ เพราะว่ามีเคเบิ้ลคาร์ให้ขึ้น เราก็นึกว่าคงจะสบาย
    ที่ไหนได้พอลงจากเคเบิ้ลคาร์แล้วก็ยังต้องเดินขึ้นเขาต่อไปอีกหลายกิโลเมตร
    ไอเรื่องว่าจะหนีเที่ยวคงจะเป็นไปได้ยาก ถึงเป็นไปไม่ได้เลย
    เพราะงั้นจงอย่าฝันเลยซะดีกว่า แค่ขึ้นลงธรรมดาก็จะแย่เเล้ว
    ไปอยู่ วัด 5 วัน ต้องเดินขึ้นเขาลงเขาทุกวัน จนน่องโต ชิ อย่าให้ถึงตาชั้นบ้างนะ
    แต่ยังดีนะที่วิวสวยมากๆ ระบบนิเวศน์ก็สมบูรณ์ มีแมลง+พืช แปลกๆมากมาย
    ถ้าใครสนใจทางด้านชีววิทยาน่าจะลองไปศึกษาดูนะ
    ด้านกิจกรรมส่วนใหญ่ก็ไม่มีอะไรมาก 
    ตื่นนอน สวดมนต์ นั่งสมาธิ กินข้าว
    ฟังบรรยาย ทำกิจกรรมกลุ่ม เล่นเกมส์ ฯลฯ ตามปกติ
    โอ๊ะแต่เกือบลืมไป  มีวันนึงทางเจ้าบ้าน (ญี่ปุ่น)
    เค้าเชิญนักแสดงที่มีชื่องเสียงของท้องถื่นมาแสดงดนตรีให้ดู
    เท่ห์มากๆ ตีกลอง ก็ยิ่งเท่ห์  ระทึกใจสุดๆ แต่งตัวเเนวมั่ก
    แอบทราบมาว่ากางเกงที่สวมใส่นั้น พวกเค้าซื้อมาจากเมืองไทย
    เพราะว่าเคยมาเปิดการแสดงที่ถนนข้าวสารบ้านเฮา
    จนติดอกติดใจกันไปตามๆกัน
    แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพวกเค้าเเบกบรรดาเครื่องดนตรี
    ทั้งหมดของเค้ามาเมืองไทยได้ยังไง
    มาพูดถึงเพื่อนๆบ้างดีกว่าเนอะ
    เพื่อนๆส่วนใหญ่หน้าตาค่อนข้างดี โดยเฉพาะ เกาหลีกับญี่ปุ่น
    สาวๆญี่ปุ่น หนุ่มๆเกาหลี และก็พระชาวญี่ปุ่น จะหน้าตาดีเป็นพิเศษ
    ถือว่ามีอาหารตาให้อิ่มเอมพอประมาณ หุหุหุ
    เสียดายที่ สื่อสารกันลำบาก
    เนื่องจากชาวเกาหลี ญี่ปุ่นไต้หวัน นั้น พูดภาษาอังกฤษไม่เเข็งเเรง
    และเราก็พูดภาษาเค้าไม่ได้เหมือนกัน
    ฉะนั้นตัวกลางในการสื่อสารก็คือ
    มาเลเซีย อินโดเนเซีย และก็พี่ๆคนไทยที่ไปเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น
    จึงพอกล้อมแกล้มถูๆไถกันไปจนตลอดรอดฝั่งได้
    แต่ที่สำคัญคือเพื่อนๆทุกๆคนในค่ายน่ารักมากๆ
    ใจดี นิสัยดี มีน้ำใจ ฮา บ้าบอคอแตก
    อยู่กันได้กลมกลืนเหมือนรู้จักกันมานาน
    อุปสรรคสำคัญของทริปนี้ก็คือ อากาศร้อน และ การอาบน้ำ
    อากาศร้อนของที่นี่ร้อนมากๆ ร้อนตับเเลบ ประมาณเดือนเมษาบ้านเรา
    ถึงขั้นร้อนกว่าบ้านเราเยอะ
    การอาบน้ำที่นี่อาบน้ำรวม ประมาณออนเซ็น
    แยกชายหญิง แต่ห้ามใส่เสื้อผ้าใดๆทั้งสิ้น
    พระเจ้าช่วย!!!! ใครจะไปยอมล่ะ
    เราถือคติที่ว่า "ไม่อยากเห็นของใคร และไม่อยากให้ใครเห็น"
    ฉะนั้น พี่ไทยจึงนัดกันว่า จะใส่ผ้าถุงอาบน้ำ
    และก็ต้องยอมอดไม่แช่น้ำร้อน ถ้าใครอยากแช่น้ำร้อนก็
    ต้องรอมาแอบอาบตอนเช้าๆหรือดึกๆที่ไม่มีใครเค้าอาบกัน
    จะได้ครองห้องคนเดียวสบายใจเฉิบ
    เราเองก็ได้ไปอาบครั้งนึงสบายตัวมากๆเลยอ่ะ
    เสียดาย ได้แช่เเค่ครั้งเดียวเอง
    วันรุ่งขึ้นก็ต้องกลับเมืองไทยเเล้ว
    ของฝากก็ไม่มีไรเพราะของที่นี่มีราคาเเพงมาก
    ไม่มีปัญญาซื้อ ToT
    แต่แหมที่นี่ช่างประดิษประดอยสินค้า
    ซะน่ารัก น่าหยิบ ซะนี่กะไร ยังกะเมืองของเล่น
    วันสุดท้ายก่อนกลับเจอพาเดินข้ามเมือง
    ราว 4 กิโล ใช้เวลา 1ชั่วโมง
    เพื่อมากินพิซซ่าญี่ปุ่น เจี๊ยกกกกกกกก
    ใครมานคิดวะ ร้อนนะเฟ้ย
    ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ดำก็ดำ ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย
    คิดถึงเมืองไทยแล้ววุ้ย
    กลับเมืองไทยดีกว่าเนอะ  คิดถึงที่นอนเเล้ว
     
     
     
     
     
     
     
     
    July 29

    stupid man

    งี่เง่า..
     
    เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่ดูดี
    แต่ความจริงมันอาจงี่เง่ามากก็ได้
    คนที่ทำเรื่องแบบนั้นได้ ก็ต้องถือว่าเป็นคนที่ งี่เง่าจริงมั้ย
    จำเอาไว้ว่า ทีหลัง
    "อย่างี่เง่า"
    เพราะคุณอาจสูญเสียบางสิ่งไป
    "คิดให้ดี"
    ก่อนที่มันจะสาย
    ก่อนที่จะเสียใจ
     
    วันนี้คุณอาจโชคดีที่ใครบางคนยอมรับและเข้าใจในความงี่เง่าของคุณได้
    แต่วันข้างหน้ามันอาจยากที่จะยอมรับได้แม้ว่าคนๆนั้นเข้าจะเคยเข้าใจคุณ
     
     
    ฉะนั้นก็จงจำเอาไว้ ว่า
     
                         อย่างี่เง่า
     
     
    July 08

    07/07/07

    one day I asked myself " Something that I did, Is it goodway? "
    but the true is I did it already ... I cannot bring it from the past ...
    I cannot change anything ...........
    If it isn't rightway for me,What can I do?
    What can I do to improve it to be well?
    I think it's very late for me ...........
    Last thing that I can do...I will keep you in my heart for a while.
     
    บางสิ่งที่เราทำลงไปนั้นมันไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้
    เป็นความจริงที่ชั้นรู้อยู่เสมอมาว่าสสารนั้นไม่เที่ยง
    ไม่มีอะไรที่เป็นความจริงนอกไปเสียจากความเปลี่ยนแปลง
    แต่บางครั้งความเปลี่ยนแปลงมันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ แย่มากๆ
    บางครั้งก็รู้สึกว่าขาดความเชื่อมั่นในตัวเองมากมาย
    จนทำให้ไม่อยากคิดไม่อยากตัดสินใจในสิ่งสำคัญ
    เพราะกลัวว่ามันจะทำให้เราต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
    ก็เลยปล่อยให้คนอื่นคิดแทน......
    แต่นี่ "เธอ"ไม่ใช่คนอื่นนี่นา
    ทำไมเราจะเชื่อมั่นใน"ตัวเธอ" ไม่ได้ จริงมั้ย
    วันนี้วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 เธอตั้งคำสัญญาว่า
    เราจะห่างกันไปสักพัก ห่างไปให้เราได้รู้ใจตัวเอง
    ห่างไปเพื่อให้เราได้โตเป็นผู้ใหญ่
    ให้เราได้มีความคิดตัดสินใจในสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเราในวันนี้
    วันนี้ชั้นก็แค่อยากมีความสุขกับช่วงเวลานี้
    ที่เรามีกันให้มันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
    ใจจริงก็อยากร้องไห้ออกมา....
    แต่ว่าอยากเก็บช่วงเวลาดีๆเอาไว้มากกว่า
    ไม่อยากทำให้เธอต้องมานั่งกังวลใจ
    3 ปีหลังจากนี้ เราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง
    หวังว่าสิ่งที่"ใจเธอ"หวังเอาไว้จะเป็นจริง
    สิ่งที่อยากจะขอคือ ขอให้เราได้เข้าใจกันมากกว่านี้
    เพราะนอกจากนั้นที่เธอมีให้กัน ชั้นคิดว่ามันมากพอ..........
     
     
     
    แล้วเจอกันนะคะ.........
     
    ปล.หนูก็รักปาป๊ากะแม่เหมือนเดิมนะคะ
     
    June 27

    fancy night!!!

    Fancy night! A party for make a good relationship in my major from seniors to juniors that juniors (freshmen) must wear fantacy clothes. It's very fun and excite because everyone try to create their own image. Last year,I was be a Indian girl that maked me felt very shy. >o<
    ok! don't mention it! Let's talk about present!!!
    Theme of this year is Hollywood!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    It look colourful and very interesting, freshmen are attractive also ^o^
    but  it has some problem because rain and electricity has trouble.
    However, my friends intend to  slove this problem by teamwork very well in a short time.
     
    ....Power of friendship can be everything if we intend to do together....
     
    King Mongkut Institute of Technology Ladkrabang
    Faculty of Architecture in major of Communication Arts and Design
     
    แฟนซีไนท์ คืนแห่งสายสัมพันธ์ระหว่างพี่และน้องในสายรหัส  
    ประเพณีเดิมๆของชาวนิเทศศิลป์ ลาดกระบัง
    ที่จัดขึ้นเป็นประจำเพื่อสร้างความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และมิตรภาพ ระหว่างพี่น้อง
    แม้ว่าปีนี้มันจะมีอุปสรรคแต่พวกแกก็ผ่านมันมาด้วยดี (อ๊ะป่าว)
    จริงๆแล้วไม่ว่าใครเค้าจะว่ายังไงแต่เราคิดว่าทุกคนเก่ง
    ที่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ในเวลาอันน้อยนิด
    เเถมปัญหาที่เกิดมันก็เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครห้ามดินฟ้าอากาศได้หรอก
    ฝนมันจะตก มันก็ต้องตกอยู่ดี ใครจะไปรู้ได้แน่ชัดล่ะฟะ 
    หม้อแปลงไฟฟ้ามันจะระเบิด มันก็ระเบิดของมัน ไม่ได้มีใครไปบอมม์มันซะหน่อย
    เพียงแต่มันเป็นวันเดียวกะแฟนซีไนท์ก็เท่านั้น  
    ประมาณว่าสวรรค์อยากทดสอบฝีมือเพื่อนๆอ่ะนะ ช่างมานนนน.................
    เค้าว่าผลตอบรับออกมาดีพอสมควรนะน่าดีใจออก ส่วนที่เหลือก็ไม่ต้องไปใส่ใจ ลางเนื้อชอบลางยาว่ะ
     เก่งเฟ้ย เพื่อนตูเก่งแล้ว
     สู้ๆน้าทุกคน

     
     
    June 07

    Brahma of my home.......

    Do you remember the nights
    You lullaby me to sleep
    Turning my tears to comfort and to laughter
    Do you remember the days
    Being the flowers in the sky
    You show me wisdom and guide me all the way ............................
     
                                                                 ~ igem ~
     
    I like this song so much >o< "Brahma of my home" by igem (Malaysian band)
    I heard this song when I went to INCOVAR Dhamma camp. Romantic but Lonely ToT
     
    I arrived to Thailand already after I went to IDC 27th at SBJA Malaysia.
    It was fun and valuable. Everytime that I came to Malaysia,I felt happy like I be in Thailand.
     
     
    I wanna say...........
     
    Papa Jyon, you're perfect daddy for INCOVAR. I'm not naughty lah.
    Mei joon, sorry about change flight and don't working hard. get rest!!!!!
    Brother Fred,lovely brother in everytime
    Brother alex,rabbit guy!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    Monkey Mike, I like your girlfriend. ha ha ha she's so sweet.
    Ex ting ting guy, polite and active = you
    Wei loong,one of my  beautiful friends!!!
    Kok sing,first time we were be same group.one of my  beautiful friends too!
    Hubert,thx for pick me up from airport.miss..........
    Jin hwa,take care yourself lah. thx for never forget me ToT
    ahban and sze wan, y not come? so sad ....miss u na jar
    Xiao thong,thank you that you take care of me after camp
    sience and itch,thank you for your coming
    Friends,committee and facility in this camp're very nice.
     
    Mint,my best friend Thank you for everything that you do for me.
    I will remember everytime that we were be together!
     
     
     
     Last special "Inspiring" group >o< everyone kind to me so much.
     
     
    Thank you for your goodness "INCOVAR"
     
     
     
     
    ไปค่ายอินโความาล่ะ นี่เป็นครั้งที่ 3สำหรับค่ายนี้ แต่ไม่ว่าไปกี่ครั้งๆ ก็รู้สึกประทับใจเพื่อนๆมาเลเซียทุกครั้ง
    ยิ่งครั้งนี้ก็พิเศษหน่อย ธีมค่ายเกี่ยวกับความรัก เลยมีพาไปสถานสงเคราะห์เด็ก ไปเลี้ยงสัตว์จรจัด
    ไปสถานสงเคราะห์คนชรา แล้วแต่ว่าใครจะเลือกไปไหน จริงๆอยากไปบ้านคนชรา
     แต่เนื่องจากเด็กไทยอย่างชั้นพูดภาษาแต้จิ๋วไม่ได้ เลยเลือกมาเลี้ยงเด็กแทน สนุกสนานดีนะ
    ก็เล่นกับน้องๆ จับคู่บัดดี้กะน้อง เต้นให้น้องๆดู หุหุหุ อายมั่กๆ แต่ขำๆดีนะ ยิ่งตอนจะกลับน้องเค้าวิ่งมองหาเรา
    น้ำตาคลอ พอบอกว่าขอกอดได้มั้ย เค้าก้อมาเกาะเราแต่ไม่กอดสงสัยจะอาย ด้วยความที่
    น้องเค้าเป็นเด็กผู้ชายล่ะมั้ง เห็นน้ำตาซึม เราก็พลอยเศร้าไปด้วยเลย หันไปมองเพื่อนเด็กไทยด้วยกัน
    หวังจะหาตัวช่วย  ปรากฏว่าเจ้านั่นน้ำตาตกเรียบร้อยแล้ว....กำ  เฮ้อ  คิดถึงอ่ะ 
    เพราะว่าพวกเค้าใส่ใจกับเด็กไทยเป็นพิเศษ แถมพี่เลี้ยงที่นู่นก็ดูเเลเราดีมาก
    มากเหมือนกับว่าเป็นน้องสาวของพวกเค้าเอง ทำให้รู้สึกผูกพัน คิดถึง อยากเจอหน้า
    จะมีสักกี่คนที่จะมาสนใจคนที่แทบไม่รู้จักกันเลยได้มากเท่านี้ ...............
                                                
    May 02

    I'm sick ToT

    วันที่ 14 พ.ค. 50
     
    วันนี้ตื่นซะเที่ยงเนื่องจากเพิ่งกลับมาจากค่ายอาร์ท
    โหมงานไป 3 วันเกือบเดี้ยงซะเเว้ว
    จริงๆก็ไม่ค่อยได้ไปเรียนอะไรหรอก
    ได้แต่ฟังเฉยๆ ก็ปล่อยให้น้องๆในค่ายเค้าเล่นกันไป
    แต่ก็มันส์มากๆได้เรียนปั้นดินด้วย
    ยังดีปั้นดินมาได้พระ 1 องค์ เอ่อ...อาจจะไม่ค่อยเหมือนนะ
    แต่ก็สนุกอ่ะ เอาวะขำๆ
     
    ได้ข่าวว่าต้องมีปั่นงานอีกละ เฮ้อ!เศร้า
    ต้องอดนอนอีก 2 วันเดี๋ยวคงกลายเป็นแพนด้าตัวดำ ตัวแรกของโลกแน่ๆอ่ะ
    เอาฟะ สู้โว้ย!! 
     
    ถึง ราเชนทร์
    นายอยู่ที่นู่นดูแลตัวเองดีๆนะ คิดถึงเช่นกันนะเชนทร์
    คราวหลังพาเราไปเที่ยวมั่งดิ
     
    ถึง นายนัทเด็กดำ 555+
    น่ารักมากๆผมทรงใหม่ เปลี่ยนลุคไปเลยเน้อ
    ยินดีด้วยที่เข้ามหาวิทยาลัยได้แล้ว สู้เค้านะจ๊ะนู๋
     
    ถึงไอเสา
    ขอบใจน้าที่เป็นห่วงเรา ซึ้งมากมายจริงๆ
     
    ถึง ฟ้า
    ชั้นเอาที่อยู่มาอัพไว้ให้แกนานโคตรแล้วย่ะ
     
    ถึง ปาป๊า
    แหะๆๆ จะดีมากมายถ้าป๊ายกหนี้ให้ลูกรู้ป่าวคะ
    ล้อเล่นน้า อย่าเคือง อย่าจริงจัง
    รับรองเดือนหน้าหนูจะอยู่บ้านเยอะๆละกัน
     

     
    วันที่ 8 พ.ค. 50
     
    วันนี้อยู่กับบ้านแต่ไม่ว่างเลยอ่ะ มีงานตลอดเลย ไม่ได้เหนื่อยไรหรอกนะแต่ท้อนิดๆแระอ่ะ
    แบบว่าเราทำโครงการมาแทบตาย ทุ่มให้ตลอดแต่กลับมีผู้ไม่หวังดีมาทำให้เรารู้สึกแย่
    ไม่เข้าใจเท่าไรหรอกนะเรื่ององค์กรณ์ ไม่เข้าใจเรื่องผลประโยชน์
    เพราะที่ทำงาน ทำในฐานะอาสาสมัครไม่ได้คิดจะเอาอะไรไปมากกว่า
    ทำงานเพื่อส่วนรวม.....ทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา......ทำงานเพื่อเยาวชน........
    เจออะไรเข้าไปแบบนี้ทำเอาเราอึ้ง อึ้งจริงๆ
    จากใจที่เป็นกลางก็เริ่มเปลี่ยนไป มันเกิดต่อต้านอะไรขึ้นมาเล็กๆ
    ใครจะพูดอะไรถึงคนจากองค์กรนั้นในแง่ดียังไง เราก็คงรู้สึกดีไปกว่านี้ไม่ได้อยู่ดี
    รู้ว่าคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ยังไงก็คงรับไม่ได้อยู่ดี
    แต่ยังรับปากได้เหมือนเดิมนะ ว่าจะไม่ถอยเด็ดขาด 
     
    ถึงพี่แมค
    ขอบคุณที่พี่คอยปลอบใจ เฟิร์นคงช่วยอะไรพี่ไม่ได้มาก แต่เฟิร์นจะทำตามสิ่งที่บอกนะ
    ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นมั้ย จริงๆเฟิร์นว่าพี่คงทำได้ดีกว่าเฟิร์นแน่ๆ แต่ก็รู้ว่าพี่เหนื่อยแค่อยากแบ่งเบาในสิ่งที่พอจะทำได้บ้าง
    เพราะงานนี้มันก็เป็นงานเฟิร์นเหมือนกัน พี่ไม่ต้องคิดมากเฟิร์นไม่ได้เป็นอะไรนะ ไม่เป็นอะไรจริงๆ
     
    ถึงไออ้วน
    ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือที่ไม่ใช่เรื่องของนายแต่นายก็ทำเสมอ...
     
    ถึงเพื่อนๆ กน.
    คิดถึงมากๆอยากกอดพวกแกจริงๆอยากไปกินข้าว ไปเที่ยว ด้วยกันอีกอ่ะ ไม่เจอกันพร้อมหน้าตั้งปีนึง
    จะบ้าตายอยู่เเล้ว มีเรื่องอยากจะเล่าให้พวกแกฟังมากมายแต่ก็ทำไม่ได้
    เมื่อไหร่เราถึงจะกลับมาเจอกันอีกนะ 
     
    ถึงเพื่อนๆ นิเทด
    ขอโทษที่เข้าไปช่วยงานพวกแกไม่เต็มที่นะ มีอะไรก็บอกใช้มานะไม่ได้ออนเอ็มแต่ว่ายังสามารถทำงานได้
    ตอนนี้เตรียมเรื่องโครงการรับน้องให้อยู่ ไม่ต้องห่วงนะ
     
    ถึงเพื่อนๆybat
    แก ชั้นคิดถึงเพื่อนๆคลับ25มากรู้ป่ะ มาเจอชั้นหน่อยนะ
    เดือนหน้าจะจัดงาน เตรียมตัวไว้ให้ว่างได้มั้ย อยากเจอ
     
    เจ๊ๆทุกคนด้วยนะ พี่ต้น พี่เด่น พี่ปอม พี่แบด พี่หยิก ก็มาให้ได้นะ
     

    แง้ๆทำไมเมืองไทยเป็นอย่างนี้พอฝนจะตกก็ตกมันทุกวันเลย ถึงขนาดพายุเข้า
    ลูกเห็บตก โอ้ยอารายจะปานนั้น ให้มันได้อย่างนี้สิทำเอาเปียกฝนมา 3 ครั้งแล้วเซงมากๆ
    ออกไปทำธุระทีไรฝนตกมันทุกที ดีจังวุ้ย ชิ! จากไอที่บ่นๆไปก็เพราะว่าเปียกฝนมันทำให้ไม่สบายน่ะสิ
    ปวดหัว ปวดท้อง งงไปหมดเอาสักอย่างได้มั้ยเนี่ย จริงๆมันสืบเนื่องมาจากนอนดึก(ที่จริงเช้า)บวกกับไม่ค่อยได้กินข้าว
    เพราะตื่นสายแล้วต้องรีบไปประชุมที่นู่น ที่นี่ เดินสายประชุมยังกะผู้ว่า กทม. หุหุหุ เจอพายุเข้าไปจบข่าวสิครับพี่น้อง
    ตังค์ก็ไม่มี จะขึ้นแท๊กซี่ก็ไม่ได้ รอรถเมล์ไป 30 นาทีแมร่งไม่มาสักคันขับรถได้เมื่อไรจะไม่ง้อเลยเฟ้ย
    โชคยังดีที่มีพี่สาวใจดี เพราะพี่ที่ยุวพุทธฯแกเห็นเรายืนป้ำๆเป๋อๆอยู่ฝั่งตรงข้ามเลยนึกขึ้นได้ว่าน้องลืมแฟลชไดร์ฟเอาไว้
    แถมมือถือแบตหมดพี่แกเลยโทรมาบอกไม่ได้ ด้วยความสปิริตอังแรงกล้า
    พี่ท่านข้ามถนนหน้าอาซีเออันกว้างใหญ่ที่ฝนกะลังตกจั๊กๆมาเพื่อบอกว่า "เฟิร์น แกลืมแฟลชไดร์ฟไว้อ่ะ"
    โอ้โหแม่เจ้า พี่คร้าบบบบ....ทำไมน้ำใจงามเยี่ยงนี้จริงๆกลับบ้านไปไม่เจอก็รู้แล้วอ่ะนะว่าลืมอ่ะไม่ต้องลงทุนขนาดนี้ก้อด้าย.....
    ยัง เท่านั้นยังไม่พอ ไอเราก็นะขี้เกียจหาที่กดตังค์กลางสายฝนเลยขอยืมเจ๊แกไป ถามดูว่าพี่แกมีเท่าไร ปรากฏว่ามีอยู่ 200 กว่าๆ
    แต่พี่เค้าให้เรามา 200 เลยอ่ะแถมบอกว่าขึ้นรถแท๊กซี่ไปเหอะเฟิร์น ส่วนพี่เดี๋ยวให้รถไปจอดหน้าบ้านแล้วน้องสาวเอาตังค์มาให้
    โอ้ยซึ้งน้ำตาแทบไหลแน่ะ แถมทิ้งท้ายด้วยการรอจนกว่าเราจะได้ขึ้นรถแล้วปิดประตูรถให้พร้อมบอกกำชับให้ดูแลตัวเองดีๆ
    แล้วพี่เค้าถึงจะค่อยข้ามฝั่งไปขึ้นรถกลับบ้าน  คิดดูดี๊ น้ำใจงามขนาดนี้รักตายเลยเจ๊ ลืมบอกไปว่าพี่เค้าไม่สบายอยู่ด้วยเหมือนกัน
    เป็นไงล่ะ ยอดหญิงไทยใจงาม........ น่ารักมากเดี๋ยวจะให้ป๊าไปขอนะเจ๊ อิอิอิ
     
    สุดท้าย..ช่วงนี้จะขอหายหัวไปสักพักและอาจไม่ค่อยอัพสเปซเนื่องจากมีภารกิจมากมาย
    มีอะไรก็โพสทิ้งๆไว้ที่สเปซได้นะเพราะเมลล์ไม่ค่อยได้เปิด อ่านสเปซนานๆครั้ง
    คิดถึงเพื่อนๆยุวพุทธฯคลับ 25  คิดถึงเพื่อนๆกุนนทีฯ คิดถึงเพื่อนๆนิเทดที่อยู่ ตจว.
    คิดถึงพี่เบลล์ที่เพิ่งเสียไป แม้ไม่รู้จักแต่อดใจหายไม่ได้ คิดถึงเพื่อนๆที่ไม่สบายให้หายไวๆ
    คิดถึงทุกๆคนมากมายรู้ป่ะ ToT
     
                                                    
    ป.ล.ได้ฤกษ์เอารูปที่เนปาลมาให้ดูซะที เอ้อ!เดี๋ยวเค้าจะเปลี่ยนชื่อแล้วน้า....
     
    April 24

    busy!!!!

    สงกรานต์ปีนี้เซงมากไม่ได้ไปไหนเลย

    อยู่บ้านอย่างเดียวเลย แต่ก้อนะ

    จริงๆก็ชอบอ่ะที่ได้อยู่บ้านพักผ่อนบ้าง

    เพราะตอนนี้รู้สึกเสียดายแล้วอ่ะ

    ชักอยากกลับไปชิลแบบช่วงนั้นจัง

    ตอนนี้งานเยอะมากกกกกก.....

    ทั้งงานคลับ25 งาน ยพสล. งานคณะ

    และก็งานตัวเอง ขอบอก

    แทบไม่ค่อยได้นอน...ToT

    ป.ล.ตอนนี้เปลี่ยนเบอร์แล้วนะเพื่อนๆจ๋า

    เอาไว้ วันที่ 26 ประชุมที่คณะฯแล้วค่อยบอกละกัน